“แซมอัลลาไดซ์”ว่าที่กุนซือทีมชาติอังกฤษคนใหม่?

                    หลังจากที่ ทัพ “สิงโตคำราม” ทีมชาติ อังกฤษ สร้างผลงานได้อย่างน่าผิดหวังและอับอาย ในศึก ยูโร 2016 ที่ผ่านมา ด้วยการโดน ทีมชาติ ไอซ์แลนด์ ที่เพิ่งเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก หักปากกาเซียนคว่ำเอา 2-1 พร้อมเขี่ยทีมผู้ดีตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแบบเจ็บปวด  จนทำให้ รอย ฮอดจ์สัน กุนซือของทีมประกาศอำลาตำแหน่งโดยทันที

                    ก่อนที่ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ จะทำการหาผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนใหม่ ซึ่งก็มีหลายคนที่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และหนึ่งในนั้นก็คือเค้าคนนี้ แซม อัลลาร์ไดซ์

                    ล่าสุด ทีมงาน SBOBET ได้พบว่า ซันเดอร์แลนด์ สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นทีมที่ อัลลาร์ไดซ์ นั้นคุมทีมอยู่ในปัจจุบัน ได้แถลงยืนยันว่า สมาคมฟุตบอลอังกฤษ นั้นขออนุญาตเรียกตัวกุนซือของเขา ไปสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัวถึงโอกาสรับงานคุมทีมชาติ

                    “สมาคมฟุตบอลอังกฤษติดต่อซันเดอร์แลนด์เพื่อขออนุญาตพูดคุยกับผู้จัดการทีมของเราเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ แซม อัลลาร์ไดซ์ ขอร้องสโมสร เราจึงยอมตกลงเรื่องนี้ เขาคือคนสำคัญในแผนการทำทีมของเรา หลังจากฤดูกาลที่ต้องดิ้นรนอย่างหนัก เราต้องการเห็นช่วงเวลาที่มั่นคงของสโมสรทั้งในและนอกสนาม เราต้องการให้เขาเป็นกุนซือของสโมสรเราต่อไป” แถลงการณ์ของซันเดอร์แลนด์

                    ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน ทีมชาติอังกฤษ ไม่ได้อยู่ในระดับหัวแถวของยุโรป ดังนั้น ทีมงาน SBOBET คิดว่าหากพวกเขาต้องการผ่านเข้ารอบศึกฟุตบอลโลก 2018 สิ่งที่พวกเขาต้องการนั้นคงไม่ใช่นักเตะซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง หรือยอดกุนซือระดับโลกอีกต่อไป  แต่น่าจะเป็นใครสักคนที่เข้ามาเติมเต็มและเชื่อมผู้เล่นในทีมเข้าหากันได้

                    การที่ ชาติอย่าง โปรตุเกสคว้าแชมป์ยูโรได้ หรือ อิตาลีที่ทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่ง (ซึ่งทั้งคู่ไม่ได้มีซูเปอร์สตาร์เต็มทีม) น่าจะสามารถใช้เป็นแนวทางให้กับสมาคมฟุตบอลอังกฤษได้เป็นอย่างดี ซึ่ง อัลลาร์ไดซ์ คือผู้ที่จะสามารถต่อยอดและกำกับแนวทางของทีมสิงโตคำรามให้เน้นเกมรับให้มากขึ้นได้เหมือนกันกับ เฟอร์นานโด ซานโตส กุนซือของโปรตุเกสหรือ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซืออิตาลี ทำเอาไว้

                    แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่แนวทางที่ได้รับความนิยมมากนักในฟุตบอลปัจจุบัน ทว่าการเล่นแบบเน้นการตั้งรับและรอสวนกลับก็ดูจะเหมาะกับทีมชาติอังกฤษ เนื่องจากพวกเขามีกองกลางคุณภาพดีหลายราย ทั้ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอริค ไดเออร์ ,เดเล่ อัลลี หรือแม้กระทั่ง รอส บาร์คลีย์   ขณะเดียวกัน ในพื้นที่สุดท้าย พวกเขาก็มีดาวยิงสปีดจัดจ้านอย่าง เจมี่ วาร์ดี้, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

                    อย่างไรก็ตาม ทีมงาน SBOBET  คิดว่ามันคงจะไม่แฟร์นักหากจะอ้างว่า อัลลาร์ไดซ์ เป็นโค้ชหัวโบราณและเอาแต่ใช้แทคติกเดิมๆ หรือไม่ยอมเล่นฟุตบอลเกมรุก ทั้งที่จริงแล้วเจ้าตัวถือเป็นกุนซือที่ปรับตัวเก่งและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

                    หากใครจำได้ ในฤดูกาลสุดท้ายของเขากับเวสต์แฮม เขามักจะใช้แผน 4-4-2 แบบไดมอนด์เป็นประจำ โดยให้ ดิอาฟรา ซาโก้ และ เอนเนอร์ วาเลนเซีย เป็น 2 กองหน้า และมี สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง เป็นจอมทัพอยู่ด้านหลัง ซึ่งด้วยแผนการเล่นนี้ มันช่วยให้ทีมขุนค้อนกลายเป็นทีมที่เล่นได้น่าตื่นเต้น มีเกมรุกที่มีชีวิตชีวาและดุดัน

                    ขณะเดียวกัน ทัพ “สิงโตคำราม” ก็ดูจะเหมาะกับแผนนี้ไม่น้อย โดยปล่อยให้วาร์ดี้และ แฮร์รี่ เคน 2 กองหน้าฟอร์มแรง คอยหาช่องปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งไป และเปิดช่องให้กับตัวที่อยู่ต่ำลงมาอย่าง เวย์น รูนีย์ หรือ สเตอร์ลิ่ง ขณะที่ฟูลแบ็คก็จะมีส่วนสำคัญมากๆ โดยดูโอจากค่ายสเปอร์สอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ แดนนี่ โรส น่าจะเข้ากับระบบของบิ๊กแซมได้อย่างดีเลยทีเดียว

                    ทีมงาน SBOBET และแฟนบอลอาจจะไม่รู้ว่า อัลลาร์ไดซ์ มี 11 ตัวแรกในใจแบบใด แต่ที่แน่ๆ คือ กุนซือรายนี้คือคนที่จะนั่งไล่ดูสถิติของคู่แข่งเพื่อที่จะหาช่องโหว่งให้เจอ ซึ่งนั่นทำให้เขาได้รับความเคารพจากบรรดดาผู้เล่นทั้งในอดีตและปัจจุบันอย่างมากในเรื่องของความใส่ใจในรายละเอียด และความสามารถในการบริหารทีมซึ่งช่วยให้นักเตะเหล่านั้นเข้าใจบทบาทของตัวเองในทีมได้ดียิ่งขึ้น

                    กุนซือที่จะเข้ามาทำงานในทีมชาตินั้นจะต้องมีความสามารถอยู่ 2 อย่าง คือการปลูกฝังแทคติกของเขาให้กับทุกๆ คนในทีมให้ได้โดยเร็วที่สุด และอีกเรื่องคือ เขาต้องเป็นคนที่กระตุ้นลูกทีมได้ ซึ่งจากประวัติของอัลลาร์ไดซ์นั้น เราจะเห็นว่าเขามีคุณสมบัติทั้ง 2 ข้อนี้อยู่

                    ทีมงาน SBOBET คิดว่ามันคงจะเป็นการตัดสินใจที่พลาดมหันต์หากทีมชาติอังกฤษที่ไม่สามารถเข้าถึงรอบตัดเชือกฟุตบอลรายการใดเลยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา จะมองข้ามกุนซือรายนี้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะยุติบรรดาภาพลวงตาต่างๆ ที่ปลุกปั้นกันขึ้นมาตลอดระยะหลายปีหลัง และเผชิญหน้ากับความเป็นจริงพร้อมทั้งเปิดใจรับผลงานและความเชี่ยวชาญทางแทคติกของ อัลลาร์ไดซ์

เพื่อที่ว่า “สิงโต” ตัวนี้จะได้คำราม ตามที่แฟนบอลคาดหวังเสียที