1แต้มที่ได้มากับศรัทธาฟุตบอลไทย

ผ่านกันไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับความประทับใจในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ของเรากู้ศรัทธากลับมาได้สำเร็จ ด้วยการเอาเสมอ “จิงโจ้มหาภัย” ทีมชาติ ออสเตรเลีย ไปแบบน่าชนะ 2-2
นับเป็นแต้มแรกของ “ช้างศึก” ในรอบนี้ ซึ่งถือเป็นแต้มที่รอคอยมานานพอสมควร และเป็นการได้แต้มแรกจากทีมระดับท็อปของเอเชีย ซึ่งเป็นแชมป์เอเชี่ยนคัพ ทีมล่าสุดอย่าง ออสเตรเลีย ด้วย แน่นอนครับว่าเครดิตตรงนี้ต้องมอบให้กับทัพ “ช้างศึก” ที่ทำงานกันอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นทีมงานผู้ฝึกสอน นักฟุตบอล ตลอดจนแฟนบอลไทยที่ไม่สิ้นศรัทธา ทุกคนคือ “นักเตะคนที่ 12” ที่ยังยืนเคียงข้างทีมฟุตบอลชาติไทยตลอดมา
บรรยายภาศก่อนเกมจะเริ่มขึ้น ทีมงานSBOBET ที่ได้เดินทางเข้าไปชมในเกมนี้ด้วย ก็เห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณหน้าสนามนั้น บรรยากาศ ไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากเพิ่งผ่านช่วงที่ประชาชนชาวไทย โศกเศร้า จากเสด็จสวรรคตของในหลวง อย่างไรก็ตามด้วยศรัทธาของแฟนบอล ที่ยังมีต่อทีมชาติไทย ทำใหยังมีแฟนบอลจำนวนมากที่เดินทางมาชมเกมนี้อย่างแน่นขนัดเช่นเคย

15065021_1243711592342321_1203012737_o_0
ก่อนเกมจะเริ่ม ทีมงานSBOBET ต้องบอกว่าทุกอย่างของเรานั้นเป็นรองแทบทุกกระบวนท่า  ถึงขนาดที่ก่อนเกม อันเก้ ปอสเตโคกูล กุนซือ ออสเตรเลีย นั้นออกมาขู่เราว่า ขนาดพวกเขาเจอ ญี่ปุ่น  ทัพ ซามูไร ยังลงไปตั้งรับมาแล้ว   แล้วทีมอย่างไทย จะกล้าเปิดเกมบุกใส่พวกเขาหรอ
ปรากฏว่าอย่างที่เห็นในสนามครับเกมนี้ รูปเกมของ ทัพ “ช้างศึก” ไม่ได้เป็นรอง ออสเตรเลีย เลย แม้ว่าจะต้องเสียประตูอย่างรวดเร็วจากลูกจุดโทษก็ตาม แต่หลังจากนั้นคือเป็นเราที่โหมบุกใส่อยู่หลายชุดก่อนจะมาประสบความสำเร็จได้ประตูตีเสมอจนได้ ก่อนจะได้ประตูขึ้นนำจากลุกจุดโทษอีก ซึ่งทั้งสองประตูนั้นมาจาก “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงคนสำคัญที่คืนฟอร์มทันเวลาด้วยการซัดได้ ทั้ง 2 ประตู น่าเสียดายนิดเดียวที่เกมนี้เราต้องเสียจุดโทษแบบงงๆ จนทำให้ผลจบไปที่ 2-2
อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องปรบมือและให้เครดิต  “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือของทีมเต็มๆ ที่ปรับกลยุทธ์ในเกมนี้ จากที่ก่อนหน้านี้เล่นแต่ระบบ 4-3-3  ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ระบบ 3-5-2 ซึ่งเน้นการขึ้นเกมริมเส้นแทน ซึ่งต้องบอกว่าฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งอย่าง ธีราทร บุญมาทัน และ ทริสตอง โด นั้นทำหนี้ที่ได้อย่างสุดยอดจริงๆ
ส่วนแผงหลัง 3 คนในเกมนี้ต้องถือว่าสอบผ่านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ตัวหลักของทีมที่โชว์คลาสให้เห็นว่าทำไมเขาถึงมีค่าตัวพุ่งขึ้นไปแตะ 50 ล้านบาท ทุบสถิติบอลไทย หรืออย่าง ประทุม ชูทอง และ อดิศร พรหมรักษ์ ที่ก็เล่นได้ยอดเยี่ยมจนลืมไปเลยว่าเป็นตัวสำรองก่อนหน้านี้
ทีมงานSBOBET อยากบอกว่านี่คือสิ่งที่ทุกคนอยากจะเห็นมานานแล้วในเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นและวิธีการเล่น ไม่ใช่ว่าเล่นแบบเดิมๆผู้เล่นชุดเดิมๆเหมือน 2 นัดก่อนหน้านี้
ตัวของ “ซิโก้” น่าจะกดดันไม่น้อยหลังโดนกระแสโซเชียลกระหน่ำอย่างหนัก ทว่าผลงานจากเกมล่าสุดกับ ออสเตรเลีย ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่จะกลับมาเป็นที่ครองใจมหาชนดั่งเดิมเลยหรือไม่ยังต้องติดตามกันต่อไป
ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาครับเวลาทีมชาติไทยทำผลงานได้ดีย่อมมีแต่ดอกไม้ เสียงคำชื่นชมเยอะแยะมากมาย แต่ถ้าวันไหนฟอร์มออกทะเลหรือไม่ได้ดั่งใจย่อมโดนก้อนอิฐ หรือเสียงวิพากษ์จวกบ้างเป็นธรรมดา
การวิพากษ์วิจารณ์เป็นของคู่กันกับเกมกีฬา แต่ ทีมงานSBOBET เชื่อว่าทุกคนหวังดีต่อ “ช้างศึก” ทั้งนั้น ที่สำคัญคือคนส่วนใหญ่ไม่ได้หลับหูหลับตาเชียร์ อะไรดีก็ต้องชม อะไรแย่ก็ต้องติ ถ้า “อวย” กันอย่างเดียวจะเหมือนผลงาน 4 นัดก่อนหน้านี้
1 แต้มจาก ออสเตรเลีย คือผลตอบแทนจากการทำงานอย่างหนัก ก่อนแข่งหลายคนอาจไม่มั่นใจในระบบการเล่นแบบ 3-4-1-2 หรือ 3-5-2 ตามตำแหน่งที่ “ซิโก้” วางหมากลงไป แต่นั้นคือสิ่งที่พวกเขาซุ่มซ่อมอยู่ที่ กิเลน วัลเลย์ มาตลอด  การปิดสนามซ้อมแบบนี้จริงๆแล้วฟุตบอลไทยเคยทำกันมาตั้งแต่สมัย ไบรอัน ร็อบสัน แล้วครับ และการห้ามให้คนนอกไม่วุ่นวายมากมายกับทีมนี่มีมาตั้งแต่ยุค ปีเตอร์ ลีด แล้ว แต่มาเริ่มผ่อนปรนตอน วินฟรีด เชเฟอร์ เข้ามาทีมชาติไทย
ถึงตรงนี้ “ซิโก้” กลับมาวางระบบแบบนี้ก็ขอยกมือสนับสนุนเต็มที่ ไม่ใช่ว่าทีมชาติไทยซ้อมอยู่แต่ริมสนามมีใครต่อใครเดินวุ่นวายกันไปหมด ตรงนี้ทำดีแล้วขอให้ทำต่อไป
หลังจากจบฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกเกมกับ ออสเตรีลย ตอนนี้เป้าหมายต่อไป ซึ่งไม่ต้องรอนาน สำหรับทีมชาติไทย คือการป้องกันแชมป์ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016” ที่กำลังจะลงฟาดแข้งกันในวันที่ 19 พ.ย. นี้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเป้าหมายอื่นนอกจาก คว้าแชมป์ให้ได้สถานเดียวเท่านั้น แล้วปีหน้าค่อยมาว่ากันต่อ กับ 5 เกมที่เหลือในการคัดบอลโลก
ถึงอย่างไร ฟุตบอลไทย ชุดนี้ ก็ช่วยให้หัวใจที่โศกเศร้า หม่นหมอง จากช่วงที่ผ่านมา
ตอนนี้พอจะได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้ากันบ้างแล้วครับ

ทีมชาติไทยเรียนรู้และก้าวไป

          ถึงเวลานี้ แฟนSBOBET ทุกคนคงทราบผลการแข่งขันนัดล่าสุดที่ ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่เหลือตัวผู้เล่น 9 คน บุกไปพ่าย ทีมชาติ อิรัก 0-4 ในศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก นัดที่ 4 กลุ่มบี  ทำให้ถึงเวลานี้ 4 เกม ไทย ยังคงไร้แต้ม รั้งอันดับบ๊วยของกลุ่ม

          เสียงก่น เสียงด่าทอ จากแฟนบอลชาวไทยผู้ผิดหวัง กับการจัดตัว 11 คนแรก ยังถูกพูดถึงหลังจบเกม จนมาถึงตอนนี้ แฟนบอลหวังไว้ไว้เยอะ ความผิดหวังมาเยือน บางครั้งก็เกิดอารมณ์ที่ขุ่นมัว และหาทางออกเพื่อเป็นการระบายบ้าง

          คือเข้าใจได้ในเรื่องการจัดตัวผู้เล่น ที่ยังคงฝืนใช้ 11 ตัวจริงชุดเดิม ทั้งที่มีแข้งบางรายนั้นเล่นไม่ได้ตามฟอร์ม แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่านี่คงจะเป็น 11 ตัวจริงในอุดมคติ ที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย วางแผนเอาไว้ทั้งหมด

         เกมนี้ทีมงานSBOBET ต้องบอกว่าตลอดทั้งเกม เราเป็นรอง อิรัก แทบทุกกระบวนท่า ทัพ “สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” มาสู้ศึกในครั้งนี้ พวกเขาทำการโละแข้งตัวเก๋าออกไปหลายราย พร้อมกับดันดาวเตะชุดเอเชี่ยน เกมส์ ขึ้นมา ทำให้ระบบและรูปแบบการเล่นนั้นเร็วขึ้นกว่าที่เราเคยเจอมาในรอบที่แล้ว ทั้ง 2 นัดก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเมื่อผลการแข่งขันออกมาเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องยอมรับว่า อิรัก นั้นดีกว่าเราจริงๆ   

        แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทีมงานSBOBET  รับไม่ได้สุดๆ คือการตัดสินของ หม่า หมิง ผู้ตัดสินชาวจีน ในเกมนี้ที่เป่าได้ค้านสายตาในหลายจังหวะ ซึ่งภายหลังเกม “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ถึงกับออกมาบอกว่า การตัดสินของผู้ตัดสินเกมนี้ถือเป็นสิ่งที่เลวร้ายกับทีมชาติไทยมาก

        “ขอแสดงความยินดีกับ อิรัก วันนี้ต้องยอมรับว่าพวกเขาดีกว่าเรา แต่สิ่งที่เลวร้ายสุดสำหรับ ไทย ในเกมนี้คือ การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน อย่างจังหวะที่ กรวิทย์ นามวิเศษ แค่ผลักกับผู้เล่น อิรัก ธรรมดา แต่ผู้ตัดสินชาวจีน กลับให้ใบแดง และใบเหลืองกับผู้เล่น อิรัก เท่านั้น นอกจากนั้นยังมี ธนา ชะนะบุตร ที่โดนเตะในกรอบเขตโทษจนเล่นไม่ไหว และ ประทุม น็อคเข้าโรงพยาบาล ซึ่งผู้ตัดสินไม่เคยปกป้องนักเตะเราเลย”

       “หลายคนอาจจะบอกทำไมว่าเราโดนเยอะ แต่ที่จริงพี่อยากจะบอกว่าเราโดนน้อยไปด้วยซ้ำ จากการที่ผู้เล่นสามารถเล่นในสนามได้แค่ 8 คน การพ่ายแพ้ เป็นเรื่องที่เรายอมรับได้ แต่เราจะไม่ขอยอมรับกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในวันนี้ “

           “รู้มั้ยนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พี่คลุกคลีในวงการลูกหนัง ที่เห็นอะไรหลายอย่างพร้อมๆกัน จนพี่เอง ยังมึนและงงมาก ว่าเราเจอกับอะไรที่บอบช้ำขนาดนี้ได้ใน 1 เกม จริงๆเรากำลังเริ่มเซตเกมได้แล้วนะ เราเสี่ยง ส่งครบโควต้าตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังในทันที ตอนโดนนำ 2-0 ธนา และ ปีโป้ กำลังทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่คิดว่าเราต้องมาโดนใบแดง ซึ่งถ้าใบแดงก็ต้องใบแดงด้วยกันทั้งคู่นะพี่ว่า แต่นี่อะไรให้อิรักใบเหลือง แต่เราใบแดง แล้วเราจะกลับมาอย่างไรล่ะทีนี้”

         “จากนั้นเรายังต้องเสียประทุม ออกจากสนาม แล้วยังมาเสียธนา ที่โดนเตะ จนทนกระเผล็กเล่นอยู่ร่วมๆ 30 นาที ตั้งแต่เล่นฟุตบอลมา รวมถึงการมาเป็นโค้ช รู้มั้ยว่าครั้งนี้พี่เสียใจมาก เพราะรู้สึกว่าเราบอบช้ำทั้งสกอร์ บอบช้ำทั้งตัวผู้เล่น และบอบช้ำในด้านจิตใจจากพิษผู้ตัดสินจากจีน ที่เปลี่ยนให้เกมของเราจบลงทันทีโดยที่เรากำลังจะได้สู้ พี่หันไปซุ้มม้านั่งสำรอง น้องๆทุกคนอยากลงสนามไปช่วยเพื่อน พี่เห็นสายตาของพวกเขานะ ส่วนคนที่เล่นจนครบ 90 นาที พี่ยอมรับในเลือดนักสู้ของพวกเขามาก ต้องขอชมน้องๆ ทุกคนที่พยายามอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ น้องๆทุกคนรู้สึกผิดหวังมาก เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนให้กำลังใจกันมากกว่า”  ซิโก้ กล่าวปิดท้าย

        ถึงเวลานี้ โอกาสของเราในการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในศึก ฟุตบอลโลก 2018 นั้นดูแล้วคงจะหมดหวังกันไปแล้ว แต่ทีมงานSBOBET  เชื่อว่าอีก 6 เกมที่เหลือต่อจากนี้ หากนักเตะทุกคนได้พยายามเต็มที่ โดยมีแฟนบอลคอยสนับสนุน เกมที่เหลือจะเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและพาเรากลับมาในจุดนี้อีกครั้งในอนาคตด้วยกระดูกที่แข็งแรงกว่าเดิมอย่างแน่น่นอน

        แนะนำได้ หวังดีได้ วิจารณ์ได้ แต่ทีมงานSBOBET ขอเถอะครับ วันนี้ทีมชาติไทย และ “ซิโก้” เจอกับเหตุการณ์ที่หนักกว่ากองเชียร์อย่างเราๆ ท่านๆ เยอะ พวกเขาเสียใจกว่าพวกเราหลายเท่าแน่นอน  วันไหนที่พวกเขาเจ็บหรือล้มลงไป เราควรจะโอบอุ้มเอาไว้ ดีกว่าที่จะลงมากระทืบซ้ำเหมือนที่แฟนบอลบางคนทำออกมา

          ยังไงแล้ว พวกเขาก็คือทีมชาติไทยของพวกเราทุกคนถึงจะแพ้ชนะยังไง เราก็ต้องเชียร์และให้กำลังใจกันต่อไป ส่วนหากสุดท้ายทีมชุดนี้ไม่ไหวจริงๆ หรือ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไร ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เองแต่เวลานี้ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ผมเชื่ออย่างนั้น

ช้างศึกพร้อมรบ!ดวลซาอุฯประเดิมคัดบอลโลก

              การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้ายทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย จะลงประเดิมสนามในกลุ่มบี บุกไปเยือน ทีมชาติ ซาอุดีอาระเบีย ที่ คิงฟาฮัด อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดี้ยม วันที่ 1 ก.ย. ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด เริ่มฟาดแข้งเวลา 00.30 น.

1b045411b437d020d91cf7fdd1bdd5d4

              ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ทีมงานSBOBET รายงานว่ามีการประชุมผู้จัดการทีมและแถลงข่าวความพร้อม ซึ่ง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย กล่าวว่าเกมกับ ซาอุดิอาระเบีย เป็นงานที่ยากแน่นอน เพราะ ซาอุฯ เป็นทีมที่แข็งแกร่ง และมีผู้เล่นที่อันตรายหลายคน แต่ตนเองก็คาดหวังว่าจะเก็บแต้มกลับออกไปได้

              “ในรอบนี้เราเป็นรองทุกทีม เพราะฉะนั้นต้องมีวินัยและไม่ประมาทเด็ดขาด ซึ่งนอกเหนือจากผลการแข่งขันแล้วอยากให้เกมนี้เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีสะหว่าง ไทย กับ ซาอุดิอาระเบีย ด้วย ขณะที่สถิติไทยเป็นรองอยู่มาก แต่นั่นคืออดีตและทีมชุดนี้คือทีมใหม่ซึ่งมีการเตรียมทีมที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งที่ ทีมชาติไทย เคยมีมา เพราะฉะนั้นผลจะออกมาอย่างไรเราก็รับได้เสมอ”

              ส่วน ขจร เจียรวนนท์ ผู้จัดการทีมชาติไทย เปิดเผยว่าจากที่เข้าประชุมทาง ฟีฟ่า แจ้งว่าจะใช้กฎกติกาใหม่ในเกมนี้เลย ซึ่งทีมชาติไทยได้ศึกษากติกามาบ้างแล้ว ขณะที่ชุดแข่งขัน “ช้างศึก” จะสวมชุดสีน้ำเงินลงสนาม ส่วนผู้รักษาประตูใส่สีเขียวอ่อน ขณะที่ ซาอุดิอาระเบีย จะสวมชุดสีขาวลงแข่ง นอกจากนั้นจะมีการพักเบรกช่วงนาทีที่ 30 ของทั้ง 2 ครึ่ง เนื่องจากสภาพอากาศค่อนข้างร้อน ด้านผู้ตัดสินคือ ฟู่ หมิง จากประเทศจีน

              ขณะเดียวกันในช่วงค่ำ ทีมชาติไทยได้ลงสนามซ้อมครั้งสุดท้ายที่สนามแข่งขันจริงอย่าง คิงฟาฮัด อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดี้ยม ซึ่งสภาพอากาศยังอุณภูมิสูงถึง 45 องศา โดยนักเตะหลายรายก็ต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีความร้อนอบอ้าวเพราะอากาศแห้ง ทำให้กระหายน้ำมากกว่าเดิม โดยสภาพความพร้อมลูกทีมของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือของทีมในเกมนี้ ทุกคนฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยและไม่มีใครติดโทษแบน

              สำหรับผู้เล่น 11 ตัวจริงที่ ทีมงานSBOBET คาดว่า ไทยจะส่งลงเกมนี้ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์  จะยืนเฝ้าเสา ส่วนแผงหลังจะมี  ทริสตอง โด, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, กรวิทย์ นามวิเศษ และ ธีราทร บุญมาทัน ส่วนกองกลาง สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์ และ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะลงขับเคลื่อนเกม พร้อมให้ 3 ประสานในแนวรุกอย่าง มงคล ทศไกร ,เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ลงทะลวงตาข่าย

f62f439e0cf4e84b14573cd1c6202262

              ทางฝั่งเจ้าถิ่น ซาอุดีอาระเบีย เกมนี้ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือชาวดัตช์ ซึ่งเคยพาฮอลแลนด์คว้ารองแชมป์โลกเมื่อปี 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ เปิดเผยว่าทีมมีการเก็บตัวมานาน 2 เดือน แต่มีตัวหลัก 2 คนที่บาดเจ็บ อย่างไรก็ตามเป้าหมายคือการเก็บชัยชนะให้ได้ เพราะเป็นเกมแรกและได้เล่นในบ้านของตัวเอง

              โดยสภาพทีมของ ราชันอาหรับ แผงหลังจะมี กัปตันทีมอย่าง อุสซามา เฮาซาวี คอยคุมแนวรับ ส่วนแนวรุกต้องฝากความหวังเอาไว้ อัล-ชะห์ลาวี  กองกลางที่คอยขับเคลื่อนเกม และ2กองหน้าอย่าง ฟาฮัด อัล-มุวาลัด กับ มูฮัมหมัด อัล ชาห์ลาวี ดาวซัลโวในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ที่พร้อมล่าตาข่าย

              สำหรับสถิติที่พบกัน 14 ครั้งที่ ทีมงานSBOBET ไปหามาปรากฏว่า ซาอุดีอาระเบีย เอาชนะไปได้ถึง 12 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง และ ไทยเอาชนะได้เพียง 1 ครั้ง ซึ่งเกมล่าสุดที่ทั้งคู่เจอกันคือในศึก ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก ที่ทีมชาติไทย บุกไปพ่าย ซาอุฯ 0-3 ในยุคที่ วิลฟรีด เชเฟอร์ คุมทัพ

398715

              ทางด้าน สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ได้โพสต์ภาพของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางทีมชาติไทย ผ่านอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการ ชูเป็นดาวเด่นของทัพช้างศึก ก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น โดยได้ระบุใต้ภาพว่า “กองกลางดาวเด่น ชนาธิป สรงกระสินธ์ บอกถึงโอกาสผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียว่า แม้จะเป็นงานที่ยากมหาศาลของทีมชาติไทย แต่ก็ไม่ใช่ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้”

              ขณะเดียวกัน AL-JAZIRAH หนังสือพิมพ์ประเทศซาอุดิอาระเบีย ฉบับเมื่อวันที่ 31ส.ค. กระพือข่าวปลุกกระแสนแฟนบอลให้ตื่นตัวเต็มที่ โดยหวังให้เข้ามาชมกันแน่นสนามคิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม

              โดยเกมนัดนี้ สมาคมฟุตบอลซาอุดิอาระเบีย ได้เตรียมแจกตั๋วให้กับแฟนบอลฟรีที่หน้าสนาม ก่อนที่ล่าสุดหนังสือพิมพ์ในประเทศจะโหมกระแสเต็มที่ หลังขึ้นพาดหัวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์เป็นภาษาอารบิค ในเชิงปลุกเร้าแฟนบอลให้เข้ามาเชียร์กันเต็มสนาม พร้อมภาพบรรยากาศการฝึกซ้อมของทีมที่คึกคักด้วย ซึ่งภายในสนามความจุกว่า 7 หมื่นที่นั่ง จะมีแฟนบอลทีมชาติไทย เข้าไปร่วมให้กำลังใจทัพ ช้างศึก อยู่ที่ 4 พันคนด้วยกัน 

FIFAเปิดใจ“มุ้ย”ก่อนนำช้างศึกลุยบอลโลก

“เราไม่ได้จับสลากเข้ารอบเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวใคร”

FIFAเปิดใจมุ้ย”ก่อนนำช้างศึกลุยบอลโลก

13254544_701652346639238_114211313380631711_n-41-500x539

          เว็บไซต์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า เปิดบทสัมภาษณ์ของ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา  ศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งทีมชาติไทยกับการเตรียมทีมก่อนทำศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 โดย ทีมงาน ได้เรียบเรียงมาให้แฟนๆ SBOBET ได้อ่านดังนี้

          ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่รอบ 3 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย และนับเป็นครั้งที่2 ที่พวกเขาผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ โดยในรอบที่ผ่านมา สามารถยันเสมออิรัก อดีตแชมป์เอเชียได้ทั้งไปและกลับ และสามารถเก็บชัยชนะเหนือเวียดนาม และ ไต้หวัน โดยครั้งสุดท้ายที่ทัพช้างศึกผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ก็ต้องย้อนเวลาไปกว่าทศวรรษ ในเส้นทางการไปฟุตบอลโลก 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ

          การเข้ามาถึงรอบ 12 ทีมสุดท้าย ของทีมชาติไทย ถือเป็นเรื่องราวที่เซอร์ไพรส์ โดยหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จก็คือ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวซัลโวของทีม โดยรอบที่ผ่านมา ธีรศิลป์ ยิงไปทั้งสิ้น 3 ประตู และตอนนี้เขาคือหนึ่งในศูนย์หน้าที่ดีที่สุดตลอดกาลของทีมชาติไทยไปแล้ว หลังยิงประตูในนามทีมชาติไปทั้งสิ้น 34 ประตู จาก 73 นัด

          ทัพ “ช้างศึก” ต้องเริ่มต้นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 ด้วยการไปเยือนทีมที่มีอันดับฟีฟ่า แรงกิ้งเหนือกว่าถึง 59 อันดับ อย่างซาอุดิอาระเบีย แต่ธีรศิลป์ เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถรับมือได้ “เราไม่กลัวคู่แข่ง” ธีรศิลป์ บอกผ่านเว็บไซต์ของฟีฟ่า “เราไม่คิดถึงแค่ผลเสมอเท่านั้น ที่ผ่านมา เราเตรียมทีมและฝึกซ้อมกันอย่างหนัก เพื่อที่จะผ่านเข้ามาให้ถึงรอบนี้ นี่คือครั้งที่สองที่เราเข้ามาถึงรอบสามของฟุตบอลโลก เราจะประสบความสำเร็จให้ได้ โดยไม่พึ่งพาเรื่องโชคหรือดวงแต่อย่างใด”

          “เราเคยตกรอบแบ่งกลุ่มมาแล้วในการแข่งขันคราวก่อน แต่เราได้เรียนรู้และพยายามแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ เราวางแผนทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี ทั้งเรื่องอาหาร การฝึกซ้อม รวมถึงการเตรียมทีมสำหรับการเล่นเกมเยือนซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่ได้มีการเตรียมทีมแบบนี้มาก่อนเลย ตอนนี้เราพยายามโฟกัสเกมต่อเกม และผมไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยที่เรามาถึงตรงนี้”

          สำหรับ ธีรศิลป์ นี่คือการได้เล่นในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 เป็นครั้งแรก แต่ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นครั้งที่สองของโค้ช อย่าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือที่แฟนๆรู้จักกันในนาม ซิโก้ กุนซือวัย 43 ปี เป็นนักเตะที่รับใช้ทีมชาติไทยมากที่สุดตลอดกาล ณ ปัจจุบัน ที่ 134 นัด และหลังจากที่เข้ามาคุมทีมในช่วงปี 2013 ซิโก้ ก็พาทัพช้างศึกประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง สร้างรูปแบบการเล่นใหม่ตั้งแต่เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ต่อเนื่องด้วยฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

          “ถ้าเราเป็นนักเตะฟุตบอล เราก็จะเป็นนักฟุตบอลไปตลอดชีวิต” ธีรศิลป์ กล่าวถึง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน “พี่โก้รู้จักนิสันคนไทย, ทัศนคติ และ วีธีการเล่นเป็นอย่างดี ถ้าคุณมองในแต่ละตำแหน่ง ททุกคนอาจจะไม่ใช่นักเตะที่ดีที่สุดในประเทศไทย แต่ทำไมเราถึงเล่นด้วยกันได้ดี และเราก็ดูแข็งแกร่งเมื่อเราอยู่ด้วยกัน พี่โก้รู้ว่าจะพูดกับเราอย่างไร ผมคิดว่าที่เรามีพัฒนาการสิ่งสำคัญก็คือการทำงานเป็นทีม”

          จากอดีตที่ผ่านมา ทีมชาติไทย สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้อยู่เสมอ และมีโอกาสลุ้นหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็เกิดปัญหา จนขาดความต่อเนื่องไป อย่างเช่นในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ครั้งก่อน หลังพลาดท่าแพ้ในสามเกมสุดท้าย ทั้งที่ออกสตาร์ทได้อย่างสวยหรู แต่การทำทีมภายใต้การคุมทีมของเกียรติศักิด์ เสนาเมือง พวกเขาก็สามารถคว้าโอกาสมาได้ โดยเฉพาะการโชว์ฝีมือไล่ตามตีเสมออิรัก 2-2 ในบ้านของตัวเอง รวมถึงการพลิกกลับมาชนะ ไต้หวัน 4-2

-_s4rsb4y5d5ty1o2mt3lctabwe

          “พี่โก้เปลี่ยนแปลงวิธีการเล่นของเรา และพยายามแยกจุดเด่นและข้อบกพร้องออกมาจากผู้เล่นแต่ละคน และมองเป็นภาพรวมของทีม พี่โก้พยายามดึงความสามารถของนักเตะมารวมกัน และสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เรามีรูปแบบการเล่นที่แข็งแกร่ง และก้าวไปไกลในจุดที่เราสามารถไปถึง”

          “นักเตะทุกคนในทีมทำตามแท็คติกที่โค้ชวางไว้อย่างเคร่งครับ บางครั้งุณก็เห็นว่าตัวสำรองสามารถลงมาทำประตูได้ นั้นเป็นแท็คติกของโค้ช แน่นอนเราต้องขอบคุณนักเตะด้วยที่เชื่อฟังและทำตามแท็คติกของโค้ชเสมอ”

          นอกจากนี้ ธีรศิลป์ แดงดา ยังกล่าวถึงน้องสาว อย่าง ธนิกานต์ แดงดา ที่มีชื่ออยู่ในทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่ได้ไปลุยฟุตบอลโลกหญิงครั้งที่ผ่านมา โดยในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกที่จะไปบราซิล 2014 ครั้งก่อน ธีรศิลป์ ถือเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น หลังยิงประตูใส่ออสเตรเลีย พร้อมกับเอาชนะโอมานได้ในบ้านของโอมาน และตอนนี้ เครื่องจักรสังหารของไทยก็พร้อมจะแก้ข้อบกพร่องทุกอย่างเพื่อสร้างประวัติศาสตร์

          “ผมหวังว่าเราจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้สักเล็กน้อยนะ ในการคว้าตำแหน่งที่จะไปฟุตบอลโลก รอบสึดท้าย มันอาจจะยาก แต่เราจะพยายามเรียนรู้ระดับฟุตบอลของเอเชียและมาตรฐานระดับโลกเป็นอย่างไร นักเตะรุ่นต่อๆไป จะได้รับอะไรจากการเล่นของเรา มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจะพยายามทำงานหนัก และไม่มีใครรู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น บางครั้ง เราคิดเกี่ยวกับการไปฟุตบอลโลก เรารู้ว่าโอกาสมันไม่ได้มาก แต่ต้องมีความหวังเสมอ ถ้าเราไม่มีความหวัง เราจะเล่นไปทำไม”

แห่รับฮีโร่ยกน้ำหนักกลับไทย-ยอดอัดฉีดทะลุ100ล้าน

ทัพฮีโร่นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย เดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังทำผลงานคว้า 2 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง ในการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่ประเทศ บราซิล เมื่อวันพุธที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางครอบครัวของนักกีฬา และแฟนกีฬาชาวไทย ที่มาต้อนรับอย่างคับคั่ง

77c2809035a5a1b3791a35ba1df6ec80c4002df16b4f8f8f6d7bb18f129fe424

              สำหรับผลงานของทัพจอมพลังไทยนั้นได้ 2 เหรียญทอง จาก “แนน” โสภิตา ธนสาร รุ่น 48 กก.หญิง และ “ฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช รุ่น 58 กก.หญิง, เหรียญเงิน จาก “แต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว รุ่น 58 กก.หญิง และเหรียญทองแดงจาก “ดุ่ย” สินธุ์เพชร์ กรวยทอง รุ่น 56 กก.ชาย

โดยหลังเดินทางกลับมาถึง ทีมงานSBOBET ได้สอบถาม “น้องแนน” โสภิตา ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า ที่ผ่านมาเจอปัญหามากมาย ร้องไห้ตลอด เคยรู้สึกท้อจนอยากเลิกเล่น วันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจ จากนี้ยังจะขอทำเพื่อชาติเหมือนเดิม แม้ไม่อาจพูดได้ว่าโอลิมปิกเกมส์ครั้งหน้าจะคว้าเหรียญทองได้เหมือนเดิมหรือไม่ แต่จะทำให้เต็มที่ ส่วนเรื่องเงินอัดฉีดยังไม่ได้คิดว่าจะเอาไปทำอะไรบ้าง อยากมุ่งเป้าไปที่การหางานมากกว่า ซึ่งอยากรับราชการทหาร

59179_1471438768_1_th

            ส่วนครอบครัว “แนน” โสภิตา ธนสาร  นำโดยคุณแม่สรารัตน์ ธนสาร กล่าวว่า วันนี้มารับน้องแนน โดยยกมาทั้งตำบลวิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร เอาทุเรียนมา 30 ลูก มาฝากเพื่อนๆ มากันทั้งหมดรถตู้ 2 คันโดยจังหวัดจะจัดขบวนแห่ในวันที่ 20 ส.ค.ที่มารับที่สนามบิน ได้เตรียมแกงส้มหน่อไม้ดองมาให้ ตอนแรกไม่ได้ตั้งความหวังว่าจะได้ทอง อนาคตของน้องแนนต้องแล้วแต่น้องจะเลือกทางเดินเอง

1471428095_JAY_6571

           ทางด้าน “น้องฝ้าย” สุกัญญา เผยว่า ก่อนไปไม่ได้หวังเหรียญทอง รู้สึกดีใจมากที่ทำเพื่อประชาชนคนไทยสำเร็จ ตอนนี้ตนยังเรียนอยู่สพล.ชลบุรี ปี 3 ซึ่งหลังเรียนจบอยากรับราชการทหารบก ก็ได้ข่าวว่าผู้ใหญ่ได้ดำเนินเรื่องให้แล้ว ส่วนเงินอัดฉีดจะเลือกเอาแบบผ่อนจ่าย 12 ล้านบาท และจะไปซื้อที่ดินของคุณย่า ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และปลูกบ้านใหม่ให้ครอบครัว นอกจากนั้นอยากได้รถฟอร์จูนเนอร์

ซึ่งคุณแม่ ยุพา ไชยสีทา ของน้องฝ้าย พร้อมด้วยครอบครัวที่เดินทางมาต้อนรับในวันนี้ เปิดเผยว่า น้องฝ้ายโทร.มาก่อนกลับว่าอยากกิน ตำกล้วย ซุปหน่อไม้ ข้าวเหนียว ไก่ทอด แม่เลยทำเอง รู้สึกดีใจและภูมิใจกับเหรียญทองเหรียญนี้ของน้องฝ้าย  ตอนนี้แม่มีครอบครัวใหม่แล้ว มีลูก 3 คน คนเล็กคนละพ่อกับน้องฝ้ายส่วน สมศักดิ์ ศรีสุราช คุณพ่อน้องฝ้ายแยกทางตอนป.3 อยู่อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ส่วนบ้านเกิดคุณยายที่สุรินทร์ แต่แม่เกิดที่ชลบุรี ทุกวันนี้อยู่บ้านเช่า แต่น้องฝ้ายบอกอยากซื้อบ้านปลูกบ้าน จะแบ่งที่ดินของญาติที่อยู่ทุกวันนี้ที่ ต.บึง อ.ศรีราชา มาสร้างบ้านใหม่ ในวันที่ 20 ส.ค.นี้ทางชลบุรีจะจัดแห่ฮีโร่เหรียญทอง เริ่มจากสักการะร.5 ที่ศาลจ.ชลบุรี ก่อนขบวนแห่จะเคลื่อนไปอ.ศรีราชา มีงานเลี้ยงที่รร.บ้านวังค้อ รร.สมัยประถมของน้องฝ้ายตอนช่วงเย็น

ทางด้าน “มาดามบุษ” บุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักฯ กล่าวว่าตั้งใจนำความสุขมาให้ประชาชนชาวไทย กับการที่ยกน้ำหนักได้เหรียญอลป. กฟผ.มีส่วนร่วมพัฒนายกน้ำหนัก เรายืนยันว่าเราจะมีเหรียญเราก็ทำได้นักกีฬาบอกว่า จะเอาเหรียญมาฝาก “ลุงตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้นักกีฬาพยายามอดทนเอาเหรียญมาฝากจนได้รวมทั้งคนไทยทุกคนด้วย

ส่วน  “เสธยอด”  พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย กล่าวว่า 4 ปีเต็มสมาคมฯ แบกภาระที่ไม่ได้เหรียญจากลอนดอนเกมส์ ตอนนี้ เราทำให้คนไทยมีความสุข ความสำเร็จเกิดจากความสามัคคีและการวางแผนตั้งแต่การเรียกเหล็ก เราใช้ศีล สมาธิ ปัญญาตามเจ้าคุณธงชัยบอกไว้ หลังจากนี้เตรียมวางแผนที่โตเกียวเกมส์ อีก 4 ปี ขอให้ทุกคนให้กำลังใจและสนใจกัฬายกน้ำหนักด้วยจะนำความสำเร็จกลับมาให้ได้

ในส่วนเงินอัดฉีดที่ทีมยกน้ำหนักจะได้รับจากการคว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิกนั้น ทีมงาน SBOBET ได้สืบทราบมาว่าจะได้รับยอดเงินอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 2 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง เป็นเงิน 36 ล้านบาท (สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ได้ 30 เปอร์เซ็นต์ 10.8 ล้านบาท, ผู้ฝึกสอนได้ 20 เปอร์เซ็นต์ 7.2 ล้านบาท), คณะกรรมการโอลิมปิคฯ 10.08 ล้านบาท, อิชิตัน 21.5 ล้านบาท, เอไอเอส 2.8 ล้านบาท, นสพ.ข่าวสด 2.8 ล้านบาท และ โอสถสภา 2.8 ล้านบาท รวมทั้งหมด 93,980,000 บาท อย่างไรก็ตามหลังจากนี้คาดว่าจะมีหน่วยงานและภาคเอกชนร่วมอัดฉีด อาทิ ธนาคาร ธอส, โตโยต้า, ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ กรุ๊ป, สิงห์ คอเปอร์เรชั่น ทำให้คาดว่าจะเกินหลัก 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ โสภิตา ธนสาร กับ สุกัญญา ศรีสุราช ที่ได้เหรียญทอง จะได้รับเงินรางวัลรวมมากถึงคนละ 27.88 ล้านบาท ขณะที่ พิมศิริ ศิริแก้ว เหรียญเงิน จะได้รับ 12.1 ล้านบาท และ สินธุ์เพชร์ กรวยทอง ที่ได้เหรียญทองแดง จะได้รับ 8.12 ล้านบาท