ทีมชาติไทยเรียนรู้และก้าวไป

          ถึงเวลานี้ แฟนSBOBET ทุกคนคงทราบผลการแข่งขันนัดล่าสุดที่ ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่เหลือตัวผู้เล่น 9 คน บุกไปพ่าย ทีมชาติ อิรัก 0-4 ในศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก นัดที่ 4 กลุ่มบี  ทำให้ถึงเวลานี้ 4 เกม ไทย ยังคงไร้แต้ม รั้งอันดับบ๊วยของกลุ่ม

          เสียงก่น เสียงด่าทอ จากแฟนบอลชาวไทยผู้ผิดหวัง กับการจัดตัว 11 คนแรก ยังถูกพูดถึงหลังจบเกม จนมาถึงตอนนี้ แฟนบอลหวังไว้ไว้เยอะ ความผิดหวังมาเยือน บางครั้งก็เกิดอารมณ์ที่ขุ่นมัว และหาทางออกเพื่อเป็นการระบายบ้าง

          คือเข้าใจได้ในเรื่องการจัดตัวผู้เล่น ที่ยังคงฝืนใช้ 11 ตัวจริงชุดเดิม ทั้งที่มีแข้งบางรายนั้นเล่นไม่ได้ตามฟอร์ม แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่านี่คงจะเป็น 11 ตัวจริงในอุดมคติ ที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย วางแผนเอาไว้ทั้งหมด

         เกมนี้ทีมงานSBOBET ต้องบอกว่าตลอดทั้งเกม เราเป็นรอง อิรัก แทบทุกกระบวนท่า ทัพ “สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” มาสู้ศึกในครั้งนี้ พวกเขาทำการโละแข้งตัวเก๋าออกไปหลายราย พร้อมกับดันดาวเตะชุดเอเชี่ยน เกมส์ ขึ้นมา ทำให้ระบบและรูปแบบการเล่นนั้นเร็วขึ้นกว่าที่เราเคยเจอมาในรอบที่แล้ว ทั้ง 2 นัดก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเมื่อผลการแข่งขันออกมาเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องยอมรับว่า อิรัก นั้นดีกว่าเราจริงๆ   

        แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทีมงานSBOBET  รับไม่ได้สุดๆ คือการตัดสินของ หม่า หมิง ผู้ตัดสินชาวจีน ในเกมนี้ที่เป่าได้ค้านสายตาในหลายจังหวะ ซึ่งภายหลังเกม “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ถึงกับออกมาบอกว่า การตัดสินของผู้ตัดสินเกมนี้ถือเป็นสิ่งที่เลวร้ายกับทีมชาติไทยมาก

        “ขอแสดงความยินดีกับ อิรัก วันนี้ต้องยอมรับว่าพวกเขาดีกว่าเรา แต่สิ่งที่เลวร้ายสุดสำหรับ ไทย ในเกมนี้คือ การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน อย่างจังหวะที่ กรวิทย์ นามวิเศษ แค่ผลักกับผู้เล่น อิรัก ธรรมดา แต่ผู้ตัดสินชาวจีน กลับให้ใบแดง และใบเหลืองกับผู้เล่น อิรัก เท่านั้น นอกจากนั้นยังมี ธนา ชะนะบุตร ที่โดนเตะในกรอบเขตโทษจนเล่นไม่ไหว และ ประทุม น็อคเข้าโรงพยาบาล ซึ่งผู้ตัดสินไม่เคยปกป้องนักเตะเราเลย”

       “หลายคนอาจจะบอกทำไมว่าเราโดนเยอะ แต่ที่จริงพี่อยากจะบอกว่าเราโดนน้อยไปด้วยซ้ำ จากการที่ผู้เล่นสามารถเล่นในสนามได้แค่ 8 คน การพ่ายแพ้ เป็นเรื่องที่เรายอมรับได้ แต่เราจะไม่ขอยอมรับกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในวันนี้ “

           “รู้มั้ยนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พี่คลุกคลีในวงการลูกหนัง ที่เห็นอะไรหลายอย่างพร้อมๆกัน จนพี่เอง ยังมึนและงงมาก ว่าเราเจอกับอะไรที่บอบช้ำขนาดนี้ได้ใน 1 เกม จริงๆเรากำลังเริ่มเซตเกมได้แล้วนะ เราเสี่ยง ส่งครบโควต้าตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังในทันที ตอนโดนนำ 2-0 ธนา และ ปีโป้ กำลังทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่คิดว่าเราต้องมาโดนใบแดง ซึ่งถ้าใบแดงก็ต้องใบแดงด้วยกันทั้งคู่นะพี่ว่า แต่นี่อะไรให้อิรักใบเหลือง แต่เราใบแดง แล้วเราจะกลับมาอย่างไรล่ะทีนี้”

         “จากนั้นเรายังต้องเสียประทุม ออกจากสนาม แล้วยังมาเสียธนา ที่โดนเตะ จนทนกระเผล็กเล่นอยู่ร่วมๆ 30 นาที ตั้งแต่เล่นฟุตบอลมา รวมถึงการมาเป็นโค้ช รู้มั้ยว่าครั้งนี้พี่เสียใจมาก เพราะรู้สึกว่าเราบอบช้ำทั้งสกอร์ บอบช้ำทั้งตัวผู้เล่น และบอบช้ำในด้านจิตใจจากพิษผู้ตัดสินจากจีน ที่เปลี่ยนให้เกมของเราจบลงทันทีโดยที่เรากำลังจะได้สู้ พี่หันไปซุ้มม้านั่งสำรอง น้องๆทุกคนอยากลงสนามไปช่วยเพื่อน พี่เห็นสายตาของพวกเขานะ ส่วนคนที่เล่นจนครบ 90 นาที พี่ยอมรับในเลือดนักสู้ของพวกเขามาก ต้องขอชมน้องๆ ทุกคนที่พยายามอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ น้องๆทุกคนรู้สึกผิดหวังมาก เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนให้กำลังใจกันมากกว่า”  ซิโก้ กล่าวปิดท้าย

        ถึงเวลานี้ โอกาสของเราในการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในศึก ฟุตบอลโลก 2018 นั้นดูแล้วคงจะหมดหวังกันไปแล้ว แต่ทีมงานSBOBET  เชื่อว่าอีก 6 เกมที่เหลือต่อจากนี้ หากนักเตะทุกคนได้พยายามเต็มที่ โดยมีแฟนบอลคอยสนับสนุน เกมที่เหลือจะเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและพาเรากลับมาในจุดนี้อีกครั้งในอนาคตด้วยกระดูกที่แข็งแรงกว่าเดิมอย่างแน่น่นอน

        แนะนำได้ หวังดีได้ วิจารณ์ได้ แต่ทีมงานSBOBET ขอเถอะครับ วันนี้ทีมชาติไทย และ “ซิโก้” เจอกับเหตุการณ์ที่หนักกว่ากองเชียร์อย่างเราๆ ท่านๆ เยอะ พวกเขาเสียใจกว่าพวกเราหลายเท่าแน่นอน  วันไหนที่พวกเขาเจ็บหรือล้มลงไป เราควรจะโอบอุ้มเอาไว้ ดีกว่าที่จะลงมากระทืบซ้ำเหมือนที่แฟนบอลบางคนทำออกมา

          ยังไงแล้ว พวกเขาก็คือทีมชาติไทยของพวกเราทุกคนถึงจะแพ้ชนะยังไง เราก็ต้องเชียร์และให้กำลังใจกันต่อไป ส่วนหากสุดท้ายทีมชุดนี้ไม่ไหวจริงๆ หรือ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไร ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เองแต่เวลานี้ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ผมเชื่ออย่างนั้น

WHONEXT!?ใครจะเป็นกุนซือทีมชาติอังกฤษคนต่อไป

           หลังจากที่เกิดเรื่องฮือฮาในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีเมื่อ “บิ๊กแซม” แซม อัลลาไดซ์ กุนซือทีมชาติ อังกฤษ ได้ถูก เดลี่ เทเลกราฟ สื่อชื่อดังของประเทศ ส่งนักข่าวที่ปลอมตัวเป็นนักธุรกิจจากตะวันออกกลางไปนัดรับประทานอาหารกับกุนซือวัย 61 ปี 2 ครั้ง เป็นเวลารวม 4 ชั่วโมง ที่ภัตตาคารในเมืองแมนเชสเตอร์ ก่อนที่ “บิ๊กแซม” จะใช้ตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เรียกร้องเงิน 400,000 ปอนด์ (ประมาณ 19.2 ล้านบาท) เพื่อช่วยแหกกฏการโยกย้ายนักเตะ ขณะที่เจ้าตัวยินดีตอบแทนเงินจำนวนดังกล่าวด้วยการตกลงเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ และ มาเลเซีย ในฐานะฑูต ซึ่งหลังจากหารือกับ เอฟเอ แล้วนั้น อัลลาร์ไดซ์ ก็ตัดสินใจบอกลา อังกฤษ ด้วยความยินยอมร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

           ซึ่งแน่นอน ทีมงานSBOBET เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันส่งผลเสียกับภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างร้ายแรง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้สำหรับพวกเขาก็คือเรื่องที่ว่าใครควรจะมารับงานคุม อังกฤษ สำหรับการสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ที่กำลังจะโม่แข้งอยู่ ซึ่งในเวลานี้ต้องใช้ แกเรธ เซาต์เกธ กุนซือทีมชุดยู 21 เป็นกุนซือขัดตาทัพไปก่อน และนี่คือรายชื่อที่ว่ากันว่ามีลุ้นที่จะได้มาสวมหัวสิงโตคนใหม่

MANCHESTER, ENGLAND - DECEMBER 26:  Newcastle United Manager Alan Pardew looks on prior to the Barclays Premier League match between Manchester United and Newcastle United at Old Trafford on December 26, 2014 in Manchester, England.  (Photo by Alex Livesey/Getty Images)

1.อลัน พาร์ดิว –  หนึ่งในกุนซือที่เป็นตัวเต็งได้ลุ้นให้มาเป็นกุนซือทีมชาติอังกฤษคนใหม่ เหตุผลหนะเหรอไม่มีอะไรมาก เพราะเขาเป็นกุนซือชาวอังกฤษที่มีผลงานดีที่สุดในตอนนี้หนะสิ ในอาชีพคุมทีมนั้น พาร์ดิว มีดีกรีเป็นรองแชมป์ เอฟเอ คัพ 2 สมัย (กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2005-06 และกับ คริสตัล พาเลซ ในซีซั่น 2015-16) แถมยังมีสไตล์ที่ถูกใจคอบอลอังกฤษหลายคน ก็ต้องดูว่าหากมาคุมทีมชาติอังกฤษจริงจะเป็นอย่างไร    

howe_3280801b

2.เอ็ดดี ฮาว  รายนี้ทีมงานSBOBET จำได้ว่าเดิมทีคาดว่า อาร์เซนอล จะแต่งตั้งคุมทัพต่อจาก อาร์แซน เวนเกอร์ เมื่อสัญญาสิ้นสุดลงพร้อมๆ กับฤดูกาลนี้ 2016-17 ที่รูดม่านปิดฉาก อย่างไรก็ตาม อังกฤษ อาจะกระชากตัวมาจาก บอร์นมัธ ก่อนกำหนด โดยถือเป็นกุนซือหนุ่มที่น่าจับตามองวัยแค่ 38 ปี โดยปีที่แล้วพาทีมรอดตกชั้นจากเวที พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ด้วยการจบที่ 16

2-7

3. เคลาดิโอ รานิเอรี – ประสบการณ์ของ รานิเอรี ไม่ต้องพูดถึงคุมมาหมดแล้วสโมสรน้อยใหญ่ โดยเคยกุมบังเหียนทีมชาติแค่ครั้งเดียวคือ กรีซ ก่อนที่ปีที่แล้วจะนำ เลสเตอร์ ซิตี สร้างเซอร์ไพรส์เป็นแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ประวัติศาสตร์ ดังนั้น ทีมงานSBOBET คิดว่านี่คือคนที่รู้จักและเข้าใจใช้งานนักเตะอังกฤษเป็นอย่างดี

1wzzkozb5680-kb3g-u10402300911175leb-700x394lastampa-it_

4.โรแบร์โต มันชินี – มันชินี่ เคยคุม ฟิออเรนตินา, ลาซิโอ, อินเตอร์ มิลาน, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ กาลาตาซาราย ก่อนแยกทางกับ “งูใหญ่” เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยมีผลงานเคยพา “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก 1 สมัย รวมถึงพัวพันกับอีกหลายสโมสร ซึ่งตอนนี้ว่างงานอยู่เรียกได้ว่าติดต่อมาปุ๊บก็พร้อมทันที

120609f2s87650

5. สตีฟ บรูซ – บรูซ คือเกือบจะได้เข้ามาคุมทีมชาติอังกฤษแล้ว แต่สุดท้าย เป็น อัลลาร์ไดซ์ ที่ได้คุมแทนทำให้ บรูซ มีชะตากรรมตรงกันข้าม เพราะต้องแยกทางกับ ฮัลล์ หลังมีเรื่องบาดหมางกับกลุ่มผู้บริหาร และว่างงานนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งด้วยความที่ตำแหน่งนายใหญ่ของ อังกฤษ ว่างลงอีกครั้ง ทำให้มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เขา จะเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะได้รับการแต่งตั้งให้รับงานต่อจาก อัลลาร์ไดซ์ แต่ข้อด้อยของ บรูซ ก็คือเขาไม่เคยคุมทีมใหญ่เลย และที่จริงแล้วเจ้าตัวก็ไม่เคยได้แชมป์แบบเป็นชิ้นเป็นอัน ใกล้เคียงสุดคือการเป็นรองแชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2013-14 แถมหลายคนยังจำเขาได้ดีจากการพาทีมตกชั้นบ่อยพอๆ กับการเลื่อนชั้นด้วย ซึ่งทำให้เป็นเครื่องหมายคำถามว่า เขาฝีมือถึงพอจะคุมทีมชาติอังกฤษหรือไม่

Harry Redknapp, Tottenham Hotspur manager.

6. แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์  เกือบแล้วเกือบอีกสำหรับกุนซือเจ้าของฉายา จ่าเฉย ก่อนที่สุดท้ายจะโดน รอย ฮ็อดจ์สัน ปาดหน้าคว้าชิ้นปลามันไปแบบสุดช็อก เรดแน็ปป์ นั้นมีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะคุมทีมชาติอังกฤษ และดีกรีก็ไม่ธรรมดา ในการคุมสโมสรในพรีเมียร์ลีก หลายทีม  แต่ข้อเสียของ เร้ดแน็ปป์ คือการที่เขาเป็นคนหัวดื้อพอตัว และว่ากันว่านั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ เอฟเอ มองข้ามเขา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าบอร์ดบริหารชุดใหม่ของ เอฟเอ จะมีแนวคิดแบบเดียวกับกลุ่มผู้บริหารชุดเก่ารึเปล่า

jurgen-klinsmann1

7. เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ – แม้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ จะไม่ค่อยมองกุนซือต่างชาติซักเท่าไหร่ แต่อดีตยอดดาวเตะชาวเยอรมนี ผู้เคยมาโลดแล่นในลีกอังกฤษ กับ สเปอร์ส มาแล้วก็เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะได้คุม อังกฤษ เช่นเดียวกับ อัลลาร์ไดซ์ และ บรูซ จากผลงานที่ทำให้ สหรัฐอเมริกา พัฒนาจนกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งทีมหนึ่ง ทำให้มีข่าวว่า เอฟเอ สนใจที่จะเอาเขามาชุบชีวิต “สิงโตคำราม” เหมือนกัน

150622b7o80010

8. แกเร็ธ เซาธ์เกต – หลังจากคุมทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี มานานหลายต่อหลายปี และเวลานี้ เซาธ์เกต ก็ได้รับมอบหมายให้คุมทีมชุดใหญ่ชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  อย่างไรก็ตาม การทำงานกับทีมชุดใหญ่มันย่อมต่างกันเยอะ และนั่นทำให้หลายคนมองว่า เซาธ์เกต ยังไม่เหมาะสมสำหรับภารกิจอันหนักอึ้งนี้ แต่สุดท้ายหากเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกระเทียมดองก็เชื่อว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ และนี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอีกครั้งของเขา เพราะนอกจากจะต้องทำผลงานให้ดีแล้ว พวกเขายังอยากให้ทีมชาติกลับมามีภาพลักษณ์ที่ดูดีด้วย ซึ่งหากทำสำเร็จ ทีมงานSBOBET ก็เชื่อว่า อดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษ รายนี้ก็มีลุ้นได้คุมทีมแบบยาวๆเหมือนกัน